หลายคนคงเคยสังเกต

เวลาขี้จิ้งจกตกใส่พื้นหรือผนัง จะเห็นว่ามันไม่ได้มีสีเดียว


แต่แยกออกเป็นสองส่วนชัดเจน คือส่วนที่เป็นสีน้ำตาลหรือดำ และอีกก้อนหนึ่งเป็นสีขาว

จนเกิดคำถามคาใจว่า ทำไมขี้จิ้งจกถึงมีสองสี แล้วก้อนสีขาวนั้นคืออะไรกันแน่
.
ความจริงแล้ว ขี้จิ้งจกไม่ได้ต่างจากของเสียของสัตว์ชนิดอื่น เพียงแต่ร่างกายของจิ้งจกมีระบบขับถ่ายที่รวม “อุจจาระ” และ “ปัสสาวะ” ออกมาพร้อมกันในครั้งเดียว ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลหรือดำคืออุจจาระ เป็นของเสียจากอาหารที่ย่อยแล้ว เช่น แมลงหรือยุงที่จิ้งจกกินเข้าไป
.
ส่วนก้อนสีขาวที่หลายคนสงสัย

แท้จริงคือของเสียจากปัสสาวะ แต่ไม่ใช่ปัสสาวะในรูปของน้ำเหมือนมนุษย์ จิ้งจกเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ต้องประหยัดน้ำ ร่างกายจึงเปลี่ยนของเสียให้อยู่ในรูปของ “กรดยูริก” ซึ่งจะจับตัวเป็นก้อนสีขาวข้น คล้ายชอล์กหรือยาสีฟัน

เพื่อขับออกจากร่างกายโดยใช้น้ำน้อยที่สุด
.
การที่ขี้จิ้งจกมีสองสีจึงเป็นเรื่องของการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในธรรมชาติ ช่วยให้จิ้งจกไม่สูญเสียน้ำมากเกินไป โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเรา แถมยังช่วยลดกลิ่น ไม่ดึงดูดศัตรูหรือผู้ล่าได้ง่ายอีกด้วย
.
ครั้งหน้าถ้าเห็นขี้จิ้งจกสองสีบนผนังหรือพื้นบ้าน

ลองมองด้วยมุมใหม่ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสกปรก แต่เป็นหลักฐานเล็กๆ ของความฉลาดของธรรมชาติ ที่ทำให้สัตว์ตัวจิ๋วอย่างจิ้งจก สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเราได้ทุกวัน