สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครยัง พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศของ กทม. รายงานว่าค่าฝุ่นเฉลี่ยเช้านี้สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดและอยู่ในระดับสีแดงซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกคน
เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสูง หมายถึงมีอนุภาคละเอียดที่เล็กมากจนสามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก ไอ หายใจลำบาก หรือเพิ่มความเสี่ยงของโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจ โดยเฉพาะคนที่มีโรคเรื้อรัง เด็ก และผู้สูงอายุ
เพื่อให้ ขับรถในสภาพอากาศแบบนี้ได้ปลอดภัยและลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้
เช็กค่าฝุ่นก่อนออกเดินทาง

ใช้แอปหรือเว็บไซต์ตรวจคุณภาพอากาศ เช่น AirBKK, Air4Thai หรือข้อมูลจากศูนย์คุณภาพอากาศ กทม. เพื่อประเมินระดับ PM2.5 ก่อนขับรถจริง และเลื่อนการเดินทางถ้าค่าฝุ่นอยู่ในระดับอันตราย
ตั้งระบบปรับอากาศเป็น “หมุนเวียนภายใน” (Recirculate)

เมื่อจอดติดไฟแดงหรืออยู่ในจราจรติดขัด ควรปิดกระจกรถและตั้งระบบปรับอากาศให้หมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสาร เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นจากภายนอกเข้ามามากเกินไป
ตรวจและเปลี่ยนกรองอากาศในรถให้สม่ำเสมอ

กรองอากาศที่สะอาดช่วยดักจับฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ดีขึ้น ทำให้ภายในรถมีอากาศที่สะอาดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฝุ่นสูงควรตรวจเช็กและเปลี่ยนตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด
หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีฝุ่นมากและชั่วโมงเร่งด่วน

ถนนที่มีการจราจรหนาแน่นมักจะมีฝุ่นและควันจากท่อไอเสียมากที่สุด ทำให้ฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น การเลือกเส้นทางเลี่ยงหัวรถติดหรือเดินทางนอกชั่วโมงเร่งด่วนจะช่วยลดการได้รับฝุ่นได้มากขึ้น
ใส่หน้ากาก N95/KN95 เมื่อจำเป็นต้องลงจากรถ

แม้จะขับรถอยู่ แต่หากต้องลงจากรถเพื่อทำธุระ ควรสวมหน้ากากที่สามารถกรอง PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการหายใจเอาฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย
การขับรถท่ามกลางฝุ่น PM2.5 สูงไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อสุขภาพของคนขับและผู้โดยสาร แต่ยังอาจทำให้ภายในห้องโดยสารมีฝุ่นสะสมเพิ่มขึ้นได้ การปรับพฤติกรรมเล็กน้อย เช่น ใช้ระบบหมุนเวียนอากาศ กรองอากาศที่ดี และวางแผนเส้นทาง จะช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและลดผลกระทบจากฝุ่นพิษได้มากขึ้น